UFASEVEN.COM

เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่รัก! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ เอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูล มีคิวลงเล่นเกมสุดสำคัญในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ รับมือ เอฟเวอร์ตัน ที่สนามแอนฟิลด์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 4 ธันวาคมนี้ โดยงานนี้ “หงส์แดง” ต้องเจอกับสถานการณ์วิกฤติทั้งการขาด อลีสซง เบ็คเกอร์ โกลมือ 1 จากการโดนแบน และ ฟาบินโญ่ กองกลางตัวเก่งที่อยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย

    แมตช์นี้นอกจากจะเป็นเกมที่ “เดอะ เร้ดส์” ต้องการ 3 คะแนนเพื่อรักษาระยะห่างกับ เลสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เพิ่งชนะ เบิร์นลี่ย์) ยังเป็นเกมสำคัญสำหรับ มาร์โก ซิลวา เพราะหาก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ไม่สามารถได้ผลการแข่งขันที่ดีพอ ก็อาจจะถึงคราวชะตาขาดก็เป็นได้

    ขณะเดียวกัน เกมนี้ อาเดรียน ส้มหล่นแบบไม่ต้องเหนื่อยเมื่อได้ลงเฝ้าเสาในเกมสำคัญนี้ เนื่องจาก อลีสซง ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในเกมชนะ ไบรท์ แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉะนั้นนี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญน่าจะมีผลต่อผลการแข่งขันของเจ้าบ้าน


1. สามประสาน “หินเหล็กไฟ” กระซวกแนวรับ “ทอฟฟี่”
    แม้ว่าแนวรุก “เอสเอ็มเอฟ” (SMF) ในฤดูกาลนี้อาจจะไม่ได้ร้อนแรงเหมือนกับเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยังคงสามารถหลอกหลอนเกมรับที่ค่อนข้างหลวมโคกของคู่รักคู่แค้นร่วมเมอร์ซี่ย์ไซด์

เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่รัก! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ เอฟเวอร์ตัน

    สไตล์การเล่นแบบวิ่งไม่หยุด ไล่เพรสซิ่งคู่แข่งจนตั้งตัวไม่ติดเป็นข้อได้เปรียบของลูกทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ กอปรกับการที่พวกเขามี ซาลาห์, มาเน่ และ ฟีร์มีโน่ ที่เต็มไปด้วยเทคนิค และความรวดเร็ว ทำให้สามารถวิ่งเจาะเกมรับที่ดูค่อนข้างระส่ำเหลือเกินของ เอฟเวอร์ตัน

    ลองมองผลงานของแนวรับ เอฟเวอร์ตัน ทั้ง เยร์รี่ มิน่า, ไมเคิ่ล คีน และ เมสัน โฮลเกต ที่ดูเหมือนจะเหนียวแน่นในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่สุดท้ายเมื่อโดน “เดอะ ฟ็อกซ์” ไล่บี้ไล่กดดันอย่างหนักในช่วงครึ่งหลัง สุดท้ายก็ทำนบแตกโดนยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

    จากสถิติเกมรับของ เอฟเวอร์ตัน ในเวลานี้พวกเขาเสียไปแล้ว 22 ประตูในเกมลีก ฉะนั้นนี่คือจุดบอดสำคัญที่ “หงส์แดง” ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะไม่สามารถแพ็คเกมรับให้เหนียวแน่นในการพบกับคู่แข่งร่วมเมือง ซึ่งมีแนวรุกที่ดุดันสุดๆ งานนี้คงยากจะมีแต้มกลับถิ่นกูดิสัน พาร์ค แหงๆ


2. โอกาส อาเดรียน
    เรื่องโชคเรื่องวาสนาบางครั้งมันก็ไม่เข้าใครออกใคร ลองคิดดูเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ซิมง มิโญเลต์ ได้แต่นั่งชะเงย รอโอกาสลงไปเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล ในเกมลีก เพราะ อลีสซง เบ็คเกอร์ ไม่ยอมบาดเจ็บ หรือโดนไล่ออกเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาเลือกย้ายไปเล่นให้สโมสรอื่น

    ส่วน อาเดรียน ย้ายมาเล่นกับ “เดอะ เร้ดส์” ในฐานะยางอะไหล่ของ อลีสซง แต่แค่แมตช์แรกของฤดูกาลนี้ เจ้าตัวได้ลงสนามแทน โกล์ชาวบราซิเลียน ที่ได้รับบาดเจ็บหนัก และมีส่วนสำคัญในการนำทีมเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ อลีสซง จะหายเจ็บ และนายด่านชาวสแปนิช ต้องกลับไปประจำการที่ซุ้มม้านั่งสำรอง

เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่รัก! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ เอฟเวอร์ตัน

    แต่แล้วแค่นั่งเฉยๆ อาเดรียน ก็ได้ลงสนามในเกมกับ ไบรท์ตัน เมื่อ อลีสซง ดันทะลึ่งใช้มือนอกกรอบเขตโทษก็เลยได้ของชำร่วยเป็นใบแดง แถมในเกมนั้น อาเดรียน ยังโชว์เซฟ 2 ครั้งทำให้ “หงส์แดง” คว้า 3 คะแนนสำคัญได้อย่างหวุดหวิด จนถึงขนาดที่ คล็อปป์ ยกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ เลยทีเดียว

    สำหรับในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ ถือเป็นอีกเกมใหญ่ที่ อาเดรียน จะได้ทำหน้าที่สำคัญ แม้เจ้าตัวจะรู้ว่าต่อให้โชว์ฟอร์มดีแค่ไหน สุดท้ายเมื่อ อลีสซง พ้นโทษแบน เขาก็ต้องคืนมือ 1 ให้กับ นายด่านเลือดแซมบ้า อยู่ดี  อย่างไรก็ตาม นี่คือบทพิสูจน์ได้ว่าเมื่อทีมมีปัญหาเรื่องโกล อาเดรียน ก็พร้อมแบกรับหน้าที่ทันที


3. แท็คติกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้
    สำหรับ คล็อปป์ แน่นอนว่าเขายังคงใช้ระบบ “เกเก้นเพรสซิ่ง” หรือสไตล์การเล่นแบบเฮฟวี่ เมทัล โดยระบบยังคงใช้วิธีการเล่น  4-3-3 ซึ่งเจ้าตัวชื่นชอบมากๆ และเป็นระบบการเล่นที่เข้ากับปรัชญาของ นายใหญ่ชาวเยอรมัน เป็นอย่างดีที่สุด

    อย่างไรก็ตาม มีความเป็นได้เช่นกันที่ คล็อปป์ อาจจะเปลี่ยนระบบเนื่องจากทีมขาด ฟาบินโญ่ เพราะมีปัญหาบาดเจ็บ โดยอาจใช้แผนการเล่นแบบ 4-2-3-1 หรือ 4-4-2  ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแมตช์นี้ โดยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 6 สมัย น่าจะครองเกมตามสไตล์ของพวกเขาอยู่แล้ว

เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่รัก! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ เอฟเวอร์ตัน

    สำหรับ “หงส์แดง” น่าจะครองบอลได้เหนือกว่า เอฟเวอร์ตัน และคาดว่าคงจะตั้งเกมขึ้นมาจากกองหลังตามสไตล์ของพวกเขา ดังนั้นสิ่งนี้จะทำให้ “เดอะ เร้ดส์” สามารถสร้างสรรค์โอกาสได้มากพอที่จะเห็นพื้นที่ว่างของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เพื่อเจาะเข้าไปทำประตู

    ขณะที่ มาร์โก ซิลวา นายใหญ่ทีมเยือน คงจะใช้ระบบ 3-4-3 โดยมี ฌิบริล ซิดิเบ้  กับ ลูคัส ดีญ ทำหน้าที่ฟูลแบ็ก งานนี้กุนซือชาวโปรตุกีส จำเป็นต้องอาศัยแท็คติกที่ดีที่สุดเพื่อที่จะหาทางเจาะเกมรับของ ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตามด้วยการเล่นเกมดาร์บี้แมตช์ แน่นอนว่า “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ไม่มียอมให้คู่อริร่วมมือได้เล่นง่ายๆ และหากมีโอกาสได้ประตูขึ้นนำก่อน พวกเขาก็สามารถใช้แผนตั้งรับสวนกลับขู่กองหลัง “หงส์แดง” ได้เช่นกัน
 

4. อนาคตของ ซิลวา อยู่ที่เกม “แดงเดือด” ?
    ในเวลานี้ชื่อของ มาร์โก ซิลวา เป็นชื่อผู้จัดการทีมคนต่อไปที่มีสิทธิ์จะโดนเด้งออกจากเก้าอี้นายใหญ่มากที่สุด หลังจากผลงานของเขาในเวลานี้ ค่อนข้างทำให้บอร์ดบริหาร และแฟนบอล “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ไม่ปลื้มอย่างแรง และอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะสายเกินแก้

เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่รัก! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ เอฟเวอร์ตัน

    ผลงานการเก็บชัยชนะแค่ 4 เกม พร้อมกับทำได้ 14 คะแนนจากการเล่น 14 แมตช์ในพรีเมียร์ลีก ทำให้ตอนนี้พวกเขารั้งอันดับ 17 อยู่ห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากๆ อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นในแมตช์แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ ดูเหมือนจะทำให้แฟนบอลเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เพราะหากมีความเฉียบคม และสมาธิในการเล่นพวกเขาน่าจะได้ 3 คะแนน แต่สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย

    ฉะนั้นการต้องนำลูกทีมบุกข้ามสวนสาธารณะสแตนลี่ย์ พาร์ค  เพื่อไปเล่นในแอนฟิลด์ น่าจะเป็นเกมที่สำคัญมากๆ เพราะหากสโมสรได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ หรือถ้าแพ้แบบไม่เละเทะ ก็อาจทำให้ ซิลวา มีโอกาสคุมทีมต่อ แต่ถ้าผลงานเลวร้ายเหลือเกิน งานนี้เจ้าตัวคงรู้ชะตากรรมว่าจะเกิดอะไรขึ้น !!??
 

5. ริชาร์ลิซอน ปะทะ ฟาน ไดค์
    ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล เปลี่ยนโฉมไปเยอะมากจากการได้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาทำหน้าที่คุมเกมรับ เพราะพวกเขากลายเป็นทีมที่ยากจะเจาะเข้าไปทำประตูได้ อย่างไรก็ตามในซีซั่นนี้ กองหลัง “หงส์แดง” อาจจะเสียประตูแทบทุกแมตช์ในลีก แต่กระนั้น ดาวเตะเลือดดัตช์ ก็ยังคงเป็นผู้เล่นที่สโมสรขาดไม่ได้

เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่รัก! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ เอฟเวอร์ตัน

    นอกจากนี้ เอฟเวอร์ตัน ยังคงระมัดระวังสองฟูลแบ็กซ้ายขวาของ ลิเวอร์พูล เอาไว้ให้ดีๆ เพราะทั้ง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ พร้อมที่จะวิ่งตะลุยเติมเกมบุก และยังมีทีเด็ดในการเปิดบอลริมเส้นที่สุดเฉียบคม ด้วย กระนั้นในส่วนของเกมรับทั้งคู่ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีไม่มีที่ติ

    อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ก็ต้องระวังเกมรุกของ เอฟเวอร์ตัน เช่นกัน เพราะ ริชาร์ลิซอน ยังคงน่ากลัว เพราะด้วยความสามารถเฉพาะตัวของเขาสามารถจัดการแนวรับของเจ้าบ้านได้ โดยเฉพาะ เดยัน ลอฟเรน ที่เชื่องช้าเหลือเกิน ฉะนั้นจุดเปลี่ยนที่ทีมเยือนจะสร้างความเจ็บปวดให้ ลิเวอร์พูล ก็คือการลุ้นให้ ดาวเตะบราซิเลียน ท็อปฟอร์มในเกมสำคัญนี้

เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ที่รัก! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล รับมือ เอฟเวอร์ตัน

    ไม่แน่ ริชาร์ลิซอน อาจจะคึกสุดๆ เพราะเพิ่งจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี และการระเบิดประตูดับความห้าวของ ลิเวอร์พูล คงจะเป็นของขวัญที่ดีเยี่ยมในช่วงใกล้วันคริสต์มาสให้กับเหล่าสาวก “เอฟเวอร์โตเนี่ยน” ก็เป็นได้